เขียนเมื่อ 17 สิงหาคม 2552
ช่วงนี้หนังเรื่อง 2012 วันสิ้นโลก ก็มีการพูดถึงกันเยอะพร้อมๆกับข่าวโน้นข่าวนี่เต็มไปหมดที่เขียนไว้เรืองอนาคตของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Doomsday หรือภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากทั้งภายในและนอกโลก พอผมไปนั่งศึกษาเรื่องนี้ก็พบว่ามันก็มีหลายๆอย่างที่พูดถึงกันโยงกันไปโยงกันมาตั้งแต่คำทำนายต่างๆของคนโน้นคนนี้ ชนเผ่าโน้นนี้ตั้งแต่อดีต จนไปถึงการตีความการแปลความหมายในเรื่องของคำทำนายเหล่านั้นทั้งที่มาจากหนังสือหรือพวกจารึกตามสถานที่ต่างๆ แต่ผมก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้จะมีการทำนายมานานแล้วก็มีการเลื่อนวันที่ที่จะเกิดเหตุการณ์มาเรื่อยๆเลยนะครับ ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาก็ทำนายวันสิ้นสุดของโลกไว้ยังไง ยังไงสิ่งใดที่เกิดมาก็ย่ิอมมีที่สิ้นสุดอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่เรื่องเวลานั้นเราตีความกันเองหรือเปล่าน้า เลื่อนการตีความเรื่อยๆจาก 999 1666 1900 1989 1999 2000 2012 อะไรกันประมาณนี้มาแต่ไหนแต่ไรละ ก็เลยไม่ค่อยอยากให้ใครตื่นตะหนกกันมากเท่าไหร่
แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเองก็เชื่ออยู่ลึกๆว่า โลกเรามันก็คงโดนทำลายล้างมาหลายครั้งหลายคนแล้วล่ะ ประวัติศาสตร์ที่มนุษย์บันทึกไว้นั้นก็คงไม่กี่หมื่นปีหรอกครับ แต่ลองคิดดูว่าโลกเราอายุเท่าไหร่แล้ว เราเป็นเวลาแค่ส่วนเล็กๆของโลกเท่านั้นเอง และผมก็เชื่ออีกลึกๆว่าเวลาในโลกของเรามันก็ไม่เท่ากับเวลาของมนุษย์บนโลกซะด้วยซิ กล่าวก็คือทุกวันนี้เรามีชีวิตที่อาจจะสุขสบายด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลมากๆแล้ว แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเราอาจจะเป็นล้าหลังก็ได้เมื่อเทียบกับตัวโลกเราที่อาจจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนี้เมื่อหลายล้านปีก่อนที่มีอารายธรรมสูงส่ง สร้างยาน สร้างตึกบินได้ และสามารถเ้ข้าใจวิทยาศาสตร์ไปได้ไกลกว่าเราจะหาคำตอบได้ในตอนนี้ แต่อารายธรรมนั้นสูญสิ้นไปซะแล้วก่อนเราจะเกิดอีก 1 ล้านๆปีให้หลัง
บางคนอาจจะถามว่า เอ้ นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสมัยก่อนโลกร้อนนิ สิ่งมีชีวิตจะอยู่ได้ไง ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตได้ ผมก็จะบอกว่า สิ่งมีชีวิตเกิดได้ทุกที่ละครับถ้าสมดุลมันเหมาะสมที่จะให้มันเกิด ซึ่งเราจะเปรียบเทียบกับตัวเราไม่ได้หรอก สิ่งมีชีวิตบางอย่างอาจจะเกิดได้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับเขาที่ 1 ล้านองศาเซลเซียสก็ได้ แต่เราไม่มีทางเจอมันหรอกเพราะวิทยาศาสตร์ของเราก็จะเทียบกับการดำรงและมีชีวิตอยู่โดยตัวเราเอง แน่นอนครับเราก็คงไม่เหมือนเขาแน่ๆ
ถ้าเราตายตอนนี้ไปทั้งหมด ผมว่านะครับผ่านไปแค่ไม่กี่หมื่นกี่แสนปี ธรรมชาติและโลกเราก็สามารถย่อยสลายและทำลายประวัติศาสตร์เราได้หมดอยู่แล้ว เราหาไม่เจอหรอกว่าก่อนหน้าเราจะมีอะไรมากมายแค่ไหน มองใกล้ๆตัวผมว่ามีใครทราบเรื่องราวของปู่ทวดย่าทวดเราได้ซักกี่คนแล้วผ่านไปอีก 2-3 รุ่น คนเก่าคนแก่ก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีตัวตนไป แม้แต่ที่ที่เราอยู่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเมื่อ 100 ปีก่อนใครอยู่ แล้ว 1 ล้าน 10 ล้านปีก่อนจะเป็นใครอยู่ แล้วอนาคตเรานั้นแน่นอนเราจะเกิดมาเจอกันใหม่อยู่แล้วล่ะครับ ผมอาจจะกลับมาเกิดอีก 10 ล้านปีข้างหน้า นั่งเล่น Computer แบบนี้ก็ได้เหมือนกัน แล้วก็มานั่งหาคำตอบแบบเดียวกันว่า เอ้ๆ แล้วเมื่อ 10 ล้านปีที่แล้ว คนที่อยู่ตอนนั้นจะเป็นยังไงน้า เขาจะพัฒนาหรือล้าหลังกว่าเราบ้าง
ในเรื่องของศาสนานั้นพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่าก่อนหน้าพระองค์ก็เคยมีพระพุทธเจ้ามาก่อนหน้าอีก 28 พระองค์ และอนาคตก็จะพบกับองค์ต่อๆไปอีก ศาสนาอื่นก็มีเรื่องราวแบบนี้เช่นเดียวกัน ผมเชื่อนะครับ เชื่อจริงๆ แต่เราพิสูจน์ไม่ได้หรอกเพราะเวลาของมนุษย์มันสั้นเหลือเกินเมื่อเทียบกับเวลาของโลกทั้งหมดเพราะฉะนั้นหากเราต้องสูญสลายไปกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โลกเราก็จะสร้างเรากลับมาอยู่ดีล่ะครับ