Direct Credit and Credit Card Changing Process

ปกติเวลาที่เราสมัครใช้บริการอะไรเป็นรายเดือนเนี่ยนะครับ มันก็มีวิธีการชำระอยู่หลายอย่าง บางคนก็ยอมไปจ่ายสดทุกเดือนๆที่ผู้ให้บริการ บางคนก็จ่ายผ่านช่องทางเค้าเตอร์ธนาคาร ตู้ ATM หรือไม่ก็พวก Counter Service (Bill Payment) หรือบางคนก็ไปให้หักบัญชีเงินในธนาคาร (Direct Debit)

แต่สำหรับหลายๆคนที่อยากได้แต้มจากการชำระเงินในส่วนของบัตรเครดิตก็จะตัดผ่านบัตรซะเลย (Direct Credit) ซึ่งผมก็ใช้วิธีการนี้แหละครับเพราะมันมีประโยชน์ใน 2 แง่คือ 1 ผมจะได้ Point ในการนำไปแลกของหรือ cash back ได้ อันที่ 2 ก็คือการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาดนั้นมันจะช่วยยึดเวลาการชำระเงินให้กระแสเงินสดมันอยู่ในมือเราได้อีกประมาณไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งถ้าเรานำไปหมุนได้ก็อาจจะทำให้เงินมันต่อเงินได้อีก แต่ก็ถ้าเอาเงินที่จะไปจ่ายหนี้มาหมุนก็ต้องดูความเสี่ยงน้อยๆแล้วก็ cash เงินได้เร็วๆนะครับ

คราวนี้ผมได้ไปเจอ Process จากผู้ให้บริการแบบรายเดือนรายหนึ่งซึ่งผมมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนการใช้ Credit Card ใบที่หนึ่งไปสู่ใบที่ 2 พูดง่ายๆก็คือผมจะเปลี่ยนจากรูดใบเดิมเป็นใบใหม่นั่นแหละ ผู้ให้บริการรายนั้นได้แจ้ง Process ที่ค่อนข้างซับซ้อนว่า
1. ผมเองนอกจากที่จะทำการส่งเอกสารบัตรเครดิตใหม่ไปยังสาขาผู้ใหญ่บริการแล้ว
2. ผมจะต้องโทรไปที่ Call Center เื่พื่อแจ้งยกเลิกของเก่า
3. สุดท้ายผมต้องโทรไปบอกบัตรเครดิตเดิมว่าผมจะขอยกเลิกบริการ
ดีนะเนี่ยที่ผมไม่ต้องวิ่งส่งเอกสารจากการอนุมัติของผู้ให้บริการไปยังบัตรเครดิตใหม่เอง

Process ที่เกิดขึ้นผมเห็นว่ามี Gap เป็นจำนวนมากที่สามารถแก้ัปัญหาได้เพียงไม่กี่วินาทีแต่ผู้ให้บริการกลับไม่ได้ทำตรงนี้ไว้ สิ่งที่ผมมองไว้ไม่ยากเลยครับเพราะปัจจุบันนี้บริษัทได้ให้ลูกค้าเป็น Center ในการจัดการ แค่เปลี่ยน Communication Flow เป็นทางผู้ให้บริการทำก็จะง่ายกว่า โดยการที่บริษัทนี้ยื่นตรงไปที่ผู้ให้บริการเก่าและใหม่ในการเปลี่ยนแปลงการชำระค่าใช้บริการของลูกค้า

ในมุมของ Tool ที่ใช้นั้นอาจจะมองเรื่องของตัวเอกสารที่จะ้ต้องมีการ Sign Consent เพื่อให้บริษัทผู้ให้บริการเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการให้ โดยอาจจะทำ Application โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้บริการบัตรเครดิตของใหม่และแจ้ง Replace ของเก่า ณ ที่มีอยู่ หรือถ้าต้องการละเอียดกว่านั้นก็ให้ลูกค้าชี้แจงมาว่าจะให้ของเก่าที่จะยกเลิกมีรายละเอียดอย่างไร แล้วก็แบ่ง Copy เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้ธนาคารเดิม อีกส่วนให้ธนาคารใหม่ แน่นอนครับลูกค้าจะไม่ต้องทำอะไรเลยถ้าเกิดมีการเขียนเอกสารสัญญาที่รัดกุมและเหมาะสมในแง่ของกฎหมาย

หลังจากที่ส่งเอกสารไปยังผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิต เขาก็สามารถไปตั้งระบบเองกันต่อได้ว่าจะให้ยกเลิกหรือเริ่มกับทางบริษัทผู้ให้บริการกับลูกค้าได้อย่างไร Process ลักษณะนี้ผมว่าควรจะมีทุกที่ ไม่เช่นนั้นลูกค้าจะเสียเวลามากๆและมองว่าบริษัทไม่ได้เอื้ออำนวยความสะดวกอย่างที่ควรจะเป็น แต่ผมก็เห็นว่าหลายๆบริษัทมีการจัดทำในเชิงการ Auto Replace แล้วเริ่มของใหม่ให้โดยที่ลูกค้าแค่ไป Sign Application เท่านั้นแล้วก็มีนะครับ ก็เลยคิดว่าโดยหลักการแล้วยังไงก็ต้องทำได้

Say your words