Knowledge Management for Innovation – My Concept and Model

 เขียนเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2553

จาก Blog ของผมในเรื่องของการสร้าง Model ในการ Link ระหว่างองค์ความรู้ Knowledge Management เพื่อการไปสร้าง Innovation ที่ผ่านมานั้น เมื่อมามองๆดูแล้วมันอาจจะสามารถค้าหาอะไรบางอย่างใน Model ได้ นั่นคือการ Identify องค์ความรู้เพื่อเลือกว่าจะแชร์ข้อมูลหรือพัฒนาให้องค์ความรู้นั้นก้าวหน้าไปได้ แต่ถ้ามามองๆดูแล้วการทำ Model ที่เป็น Option นั้นอาจจะดูยังไม่เป็น Total Solution ซักเท่าไหร่เพราะการวน Loop ของความรู้นั้นจะถูกจำกัดในเชิงของทางเลือก ซึ่งถ้าบางเรื่องไม่มีใคร Identify ทางใดทางหนึ่งก็คงไม่เกิดผลดีต่อองค์กรแน่ๆ

ดังนั้นผมเลยมองว่าจริงๆแล้วการพัฒนานั้นมันอาจจะต้องเปลี่ยนให้มัน Integrate กันทั้งในเรื่องของการทำ KM และ Innovation ให้มันต่อยอดไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก็ไม่ได้ใช้การ Identity เป็นตัวยืนต้นแล้วล่ะครับเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะไม่มีการทำเลยก็ได้หายไม่มีใครเริ่มที่จะคิด ก็เลยมองว่ามันควรจะเอามาทำในกิจกรรมเชิง Exchange มากกว่า แต่ผมว่านะครับ Model พวกนี้ต้องไปดูในแต่ละวิธีการด้วย ผมมองว่าผมอาจจะตั้งตนในลักษณะนี้แต่คนอื่นๆอาจจะมีการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการให้มันดีขึ้นก็ได้ รูปภาพออกมาที่เป็นกระบวนการเลยเป็นรูปร่างแบบนี้

จริงๆแล้ว Model นี้ไม่ได้ต่างอะไรกับ Innovation Link KM Model หรอกครับ ใช้หลักการเดียวกัน ส่วนบนจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดในองค์กรแล้ว ในช่วงของการ Exchange เนี่ยก็ให้มีการ Apply Tools หรือ Activities ให้เกิดการแลกเปลี่ยนในเชิงสร้างสรร (เช่นพวก Six thinking Hat / Mind Map) เพื่อให้สามารถดูได้ว่าเมื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันแล้วอะไรที่จะเป็น Key New Idea มาใหม่ในการพัฒนาบ้าง

เมื่อมีการสร้าง New Idea ขึ้นมาก็จะมาวน Loop ข้างล่างเพื่อที่จะวิเคราะห์ พัฒนาและใช้งานมันเพื่อต่อยอดเข้าไปในเป็นสร้างองค์ความรู้และเก็บข้อมูลเพื่อใช้และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันก็ยัง Practical ดีจากประสบการณ์ทำงานของตัวเองนะครับ แต่ก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะ Adjust ให้มันดีขึ้นกว่านี้ก็ได้นะ ติดตามกันต่อไป

Leave a comment »

Innovation Link KM – My Concept and Model

เขียนเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2553

ช่วงนี้ KM หรือ Knowledge Management นี่ก็เป็นเรื่องที่หลายๆองค์กรให้ความสำคัญกันเยอะอยู่นะครับ ตอนนี้ก็พยายามพัฒนาในเรื่องของการจัดการองค์ความรู้อยู่ให้มันสามารถเดินได้ด้วยตัวมันเอง แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยเพราะความรู้มันมีกระจัดกระจายทั่วองค์กร ทั้งในส่วนของเอกสารและตัวคน การจะกลั่นกลองความรู้ทั้งหลายเลยต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันค่อยข้างมาก

มีคนถามผมว่าทำ KM ไปเพื่ออะไร ?? ให้คนมาสร้างองค์ความรู้หรอ ?? ผมก็มักจะตอบว่าจริงๆแล้วผมมองว่าตัวนี้จะพาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม ในเชิงหลักการของ KM แล้วมันจะเพิ่ม Effectiveness และ Efficiency ให้กับการทำงานของคนในองค์กร ถ้าใครมี Skill ดีๆก็สามารถแบ่งปันเทคนิคต่างๆของตัวเองได้ ในบางครั้งก็สามารถพัฒนาเป็นสูตรกลางหรือในหลายๆครั้งก็อาจจะเจาะลึกลง Detail ในแต่ละชิ้นงานเลยก็ได้

Model ที่ใช้ทำ KM ในปัจจุบันนี้ก็จะเป็นในลักษณะของการพัฒนาจาก Gap Analysis เพื่อ Identify ว่าสิ่งใดที่เป็นปัญหาต้องการพัฒนาหรืออยากจะศึกษา ก็ไปหาความรู้นั่นแหละ ในองค์กรคงจะมีใครมีแล้วทำการเก็บข้อมูลมา ตรงนี้ก็อยู่ที่ธรรมชาติขององค์กรด้วย บางทีก็อาจจะสามารถรวมตัวกันประชุมง่ายก็เปิดเป็น Community of Practice (CoP) แต่บางทีก็อาจจะใช้ Online CoP ก็ได้หากไม่สะดวกที่จะ Move หรือองค์กรนั้นๆเป็นลักษณะ Multi-Office ที่คนต้องสือสารกัน ตรงนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะใช้วิธีไหน บางคน Copy Model จากองค์กรที่เป็น Best Practice แต่ดันใช้ไม่ได้กับองค์กรตัวเองเยอะมาก จริงๆรายละเอียดตรงนั้นลึกซึ้งและต้องพัฒนาไปตามวัฒนธรรมต่างๆขององค์กรด้วยเช่นกัน

การเก็บข้อมูลก็เช่นเดียวกัน จะเป็นแฟ้มเอกสาร หรือลงไปในระบบ Online ต่างๆ อันนั้นก็อยู่ที่ความเหมาะสมของ user ที่ใช้งาน ว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันยังไงให้มีประสิทธิภาพคุ้มกับเวลา จนสุดท้ายเกิดการนำไปใช้อย่างเหมาะสมแล้วกลายเป็น Skill ใหม่ๆที่พัฒนาไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด

แต่บังเอิญผมมองว่านั่นอาจจะยังไม่ใช่ทั้งหมด สุดท้ายแล้วการที่เราไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ อาจจะทำโดยกระบวนการ KM อย่างเดียวก็อาจจะช้าหน่อย ผมเลยมองว่ามันน่าจะมีกระบวนการให้เรา Out of the Box ไปเลย เพราะอยู่ๆถ้าเรามองว่ามันต้องทำลักษณะหนึ่งๆ เราก็จะพัฒนาจาก Working Procedure ต่อไปแล้วก็แก้กันไปโดยที่ไม่ได้มีมุมมองใหม่ที่อาจจะง่ายและดีกว่า โดยลบภาพ Process เดิมออกไปเลยทั้งหมด ผมเลยมองว่ามันน่าจะต้องเอา กระบวนการการสร้าง Innovation มา Link

Model ของผมก็เลยออกมาประมาณนี้ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการจัดการด้านองค์ความรู้โดยการเพิ่มแนวการพัฒนาใหม่ๆ ที่เป็นเชิงรุกสำหรับการทำนวัตกรรมองค์กรขึ้นมาแล้วมาการวน Loop ในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิดการเพิ่มทักษะและการพัฒนาความรู้เดิมให้ดีขึ้น พร้อมทั้งการคิดนอกกรอบและเพิ่มแนวความคิดพัฒนาใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ที่ยังไม่เคยมีในองค์กรขึ้นมา ถ้าเอาแง่ลบออกในเรื่องความเสี่ยงและปัจจัยอื่นๆ ผมว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นการทำให้องค์กรต่างๆเข้าไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้นนะครับ

Leave a comment »

True กับ กลยุทธ์ 3 จอ

เขียนเมื่อ 26 มกราคม 2553

เรื่องที่ได้ศึกษามาเร็วๆนี้ก็คงไม่พ้น แนวคิดการทำธุรกิจของ True ซึ่งเป็นบริษัทที่แทบจะล้มละลายมาก่อน กลับการเป็นบริษัทที่มีการพลิกโชมหน้าให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม มีสินค้าและบริการออกมาเป็นจำนวนมากในรูปแบบแปลกๆและต่อไปก็คงจะมีมากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ อย่างว่าธุรกิจผู้ให้บริการมือถือตอนนี้มันก็คงต้องเปลี่ยนกันไปอยู่แล้วล่ะ ใครๆก็มีมือถือ มันมาเยอะมากแทบจะทดแทนโทรศัพท์บ้านแล้วด้วยซ้ำ ไม่แน่นะครับอนาคตของที่เป็นพื้นฐานอาจจะถูก replace ไปเลยก็ได้ เหมือนของสมัยก่อนอย่าง วิทยุ CD และก็ไม่แน่ว่าโทรทัศน์อาจจะกลายเป็นความทรงจำถ้าเกิด Breakthrough Innovation ในอนาคตก็ได้

เมื่อใครๆก็มีโทรศัพท์มือถือ การที่จะใช้กลยุทธ์การทำการตลาดแบบเดิมๆโดยหาลูกค้าใหม่ๆ หรือแย่งลูกค้ากับชาวบ้านเพื่อดึง Market Share นั้นอาจจะดูเป็นเรื่องที่ได้ไม่คุ้มเสียซักเท่าไหร่ เมื่อลูกค้ารู้วิธีการในใช้มือถือกันแล้วมันก็แข่งกันเรื่องของบริการให้เกิด Customer Experirnce มากยิ่งขึ้น การพัฒนาให้เกิดการให้บริการแบบใหม่ๆเพื่อดึงการใช้จ่ายของลูกค้านั้นเป็นหนทางที่ True นำมาใช้ อย่างที่เห็นๆกันอยู่ในเรื่องของกลยุทธ์ 3 จอ ที่กลายเป็น Total Business Solution ของลูกค้า อันได้แก่ จอทีวี จอคอมพิวเตอร์ และจอโทรศัพท์

ลองสังเกตดูว่า 3 สิ่งนี้จะเป็นเรื่องที่ True นำมาเชื่อมความสัมพันธ์กันในการทำการตลาด เพราะเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้มันไปเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลข่าวสาร บางครั้งมันกลายเป็น Lifestyle ที่ของเหล่านี้อาจจะทดแทนกันได้ (ดูข่าวผ่านทีวี ผ่านมือถือ ผ่าน Internet) ในบางครั้งหรืออย่างน้อยก็คือเป็นผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องกันได้ (เช่นเมื่อมีคอมพิวเตอร์ก็ต้องต่อ Internet ผ่าน Wi-Fi หรือมือมือถือ) แต่ในผลิตภัณฑ์บางอย่างก็สามารถเป็นได้ทั้ง 3 อย่าง(เช่นโทรศัพท์มือถือที่มีทุกอย่างเป็น Application ในตัวมันเอง)

กลยุทธ์ที่เป็น Total Solution แบบนี้ ผมมองว่ามันกินรวบกันเป็นระบบเลยล่ะครับ ไม่ต่างกับการที่หลายๆธนาคารได้พยายามจะเสนอเรื่องการทำธุรกรรมในลักษณะเป็น Universal Bank หรือการที่กลุ่มพลังงานอย่าง PTT ได้วางโครงสร้างผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ Upstream จนถึง Downstream ก็ต้องดูกันต่อไปว่าเขาจะมีอะไรมาเล่นกันอีก

Leave a comment »

Commercial Innovation

เขียนเมื่อ 13 มกราคม 2553

ช่วงนี้ไม่รู้อะไรกันมากเกี่ยวกับคำว่า Innovation หรือ นวัตกรรม ใครๆก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ สงสัยจะเป็นยุคหลอกเด็กเพิ่มเติมอีกแล้วเพราะนวัตกรรมมันก็มีมานานแล้วล่ะไม่งั้นโลกเราก็ไม่พัฒนาหรอก คำนี้คงจะมาเป็น Theme ในช่วงนี้เท่านั้นแหละสำหรับเอาไว้ขายของลูกค้าจะได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนทันสมัย ก็เลยต้องเป็นคำพูดติดปากสำหรับหลายๆองค์กรที่จะต้องมี อินโนเวชั่นๆๆๆๆๆ

ผมเองก็เห็นนะมีสินค้าหลากหลายบริการ ทั้งขายได้และขายไม่ได้ แต่ทุกคนบอกว่าของฉันเป็น Innovation กันทั้งหมด จนบางครั้งผมก็เลยต้องบอกหลายๆคนที่กำลังจะสร้างสิ่งใหม่ๆว่า จริงๆแล้วของที่สร้างใหม่แปลกๆ มันก็ไม่ได้เป็น Innovation นะ แล้วถึงแม้จะเป็น Innovation ก็จริง ก็ต้องดูว่าจะเอาไปทำอะไร ถ้าต้องการเอาไปขายต่อก็ต้องดูตลาดด้วยว่ามันเป็นที่ต้องการแล้วหรือยัง

แน่แง่มุมผมก็เลยจะแบ่ง Innvation เป็น 2 แบบคือ Commercial Innovation กับ Non-Commercial Innovation ส่วนของแปลกๆที่สร้างขึ้นมาแต่มีกระบวนการยาวยึดทั้งหลายมากขึ้นนั้นผมคงไม่เอามาพูดถึงหรอกนะครับ เพราะมัน Fail Innovation กันเยอะแยะมากมาย ในมุมของผมแล้วการเป็น Innovation มันใหม่อย่างเดียวไม่ได้หรอก มันต้องตอบโจทย์ในเชิงความง่ายต่อการใช้งาน การลด Process ให้สะดวก การลดต้นทุนการทำงาน การเพิ่ม satisfaction ของผู้ใช้ด้วยอีกต่างหาก

Innovation มีหลายแบบ ในลักษณะของการสร้างจรวดปฏิบัติการทั้งหลายนั้นก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่มันไม่ใช่ Commercial Innovation ที่หวังผลว่าจะเอามันมาขายได้ เพราะคงยังไม่มีคนสนใจไปเที่ยวดาวพลูโตเท่าไหร่ แต่ในอนาคตก็อาจจะนำมาให้บริการได้นะครับ อยู่ที่เวลาที่เหมาะสมมากกว่า ตอนนี้ก็เป็นลักษณะเพื่อการค้นคว้าการศึกษา เมื่อใดมันนำมาทำกำไรได้คงได้บินไปดาวอื่นๆกันแน่ล่ะ

การทำ Commercial Innovation นั้น ผมเองมองว่า การที่เราจะผลิตของแปลกๆใหม่ๆนั้น สิ่งที่เราต้องดูก่อนพัฒนาก็คือ “Need (ความต้องการของลูกค้า)” แต่อาจจะไม่ใช่ความต้องการเดิมๆที่เราสามารถ Fulfill ให้ได้อยู่ด้วยผลิตภัณฑ์ปกติ ไม่เช่นนั้นมันจะต้องแข่งขันด้วย Traditional Marketing เช่น ลดราคา สาดรายการส่งเสริมการขาย การที่เราจะมี Innovation ได้ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องหา Need ให้เจอคือปัญหาที่ลูกค้าพบเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุง (Problem & Solution) ซึ่งถ้าสังเกตดีๆมันจะเป็นการทำ Marketing เชิง Focus ไม่ใช่ลักษณะ Competition

Focus อะไรบ้าง? อะไรที่เป็นปัญหา อะไรเป็นทางออก แต่ไม่ใช่ยัด Solution ใส่มือลูกค้าไปเลยนะ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ลืมก็คือการทำ Process Strucuture ที่บางทีเอาโน้นเอานี่ให้แต่ลูกค้าต้องเสียเวลาเพิ่มอีกมากมาย หรือใช้ตังเยอะขึ้น ใช้ทรัพยากรขึ้น หรืออะไรก็ตามที่เป็นจุด Weak point ของการแก้ปัญหา สุดท้ายแล้วลูกค้าก็จะไม่ Happy กับนวัตกรรมนั้นๆ

เพราะฉะนั้นแล้วการสร้างนวัตกรรมเพื่อเอาไปขายนั้น ต้องดูว่าแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง แล้วก็อย่าไปสร้างปัญหาเพิ่ม มีการวัดผลในเชิงประสิทธิภาพ ประสิทธิผลที่ได้ผลดี รวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าด้วย

Leave a comment »

จะได้เจออีกไหม

ต่อจากนี้คงไม่มีเธอกับฉัน
สุดท้ายแล้วเราก็คงต้องจากกัน
เรื่องราวในวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปแค่ไหน
จะพบอะไรไม่รู้ฉันเองยังหวั่น
แต่สิ่งที่รู้ตอนนี้คือใจของฉัน

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้นั้นจะเป็นอย่างไร
บอกเธอไว้ว่าฉันคงลืมเธอไม่ได้
คงคิดถึงเธอ แล้วมีเธออยู่ในใจเสมอ

เมื่อนึกถึงวันดีๆ ที่ผ่านมา
ก็อยากจะย้อนวันเวลาไปอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจากนี้เราจะไม่ได้เจอ
แต่รู้เอาไว้เสมอแม้เราจะห่าง
แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนคือใจของฉัน

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้นั้นจะเป็นอย่างไร
บอกเธอไว้ว่าฉันคงลืมเธอไม่ได้
คงคิดถึงเธอ และมีเธออยู่ในใจ

ความรู้สึกว่ารักที่ฉันมีต่อเธอ
จะเก็บไว้เสมอไม่ว่านานเท่าไร
และหัวใจจะรอ
ไม่ว่าเราจะได้พบกันอีกไหม

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
บอกเธอไว้ว่าฉันคงลืมเธอไม่ได้
คงคิดถึงเธอ แล้วมีเธออยู่ในใจ

ความรู้สึกว่ารักที่ฉันมีต่อเธอ
จะเก็บไว้เสมอไม่ว่านานเท่าไร
และหัวใจจะรอ
ไม่ว่าเราจะได้พบกันอีกไหม

ความรู้สึกว่ารักที่ฉันมีต่อเธอ
จะเก็บไว้เสมอไม่ว่านาน แค่ไหน
และหัวไจจะรอ ไม่ว่าเราจะได้พบกันอีกไหม

Sources & Special Thanks:

Music Video : www.youtube.com

Lyric : www.siamzone.com

Leave a comment »