เขียนเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2553
MK Suki เป็นธุรกิจที่มีแนวคิดน่าสนใจมากๆเลยนะครับ นอกจากเขาจะเก่งการตลาดที่รุกคืบไปไกลถึงญี่ปุ่นแล้วยังสามารถต่อยอดพัฒนาแนวทางการจัดทำนวัตกรรมอย่างมีรูปแบบภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของเขาได้ดีอีกด้วย ถ้าให้เทียบ Brand ร้านอาหารยี่ห้อนี้ ผมมองได้เลยว่าเรามีตลาดเป็นของตัวเองที่แข็งมาก แม้แต่หลายๆร้านที่ขายสุกี้เช่นกันก็ยังมีความต่างในการ Positioning ที่ไม่ทับกัน
ก็กลับมาที่คำว่านวัตกรรมอีกแล้ว วาทะกรรมนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอีก อย่างเดิมที่เคยกล่าวสิ่งที่ผมจะนับว่านวัตกรรมได้ มันไม่ใช่แค่การคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆเท่านั้น ตราบใดที่สร้างนวัตกรรมขึ้นมาแต่ไม่ได้มีผลที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆในเชิงการศึกษา ไม่ได้สร้างเชิงผลผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มผลกำไร ผมเองก็คงไม่ถือว่าเป็นนวัตกรรมนะครับ มันไม่จำเป็นต้องออกมาเป็นชิ้นงานใหม่ๆ แต่อาจจะเป็นการปรับมุมมอง การสร้างกระบวนการให้ดีขึ้นก็ได้
ทีนี้ MK Restaurant นั้นมีอะไรที่เป็นนวัตกรรมบ้าง? ผมว่าเยอะมากมายเต็มไปหมด แต่ก่อนที่เขาจะมีนวัตกรรมแล้วปรัชญาที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทาง อาจจะค้นหาและทราบกันได้โดยทั่วไปจากแหล่งความรู้อื่นๆว่า MK เจาะเรื่อง QCQS (ความรวดเร็ว, ความสะอาด, คุณภาพ, บริการ) ซึ่งพอเรื่องเหล่านี้การเป็นแนวทางที่จะนำมาสู่การปฏิบัิติขึ้นมาเราเลยจะเห็นได้ว่า สิ่งต่างๆมันเลยออกมาในรูปแบบใหม่ๆให้กับร้านอาหารแห่งนี้ ซึ่งถ้าผมจะกล่าวตามที่ผมสังเกตแล้วคงต้องแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. Customer Service – การให้บริการลูกค้า
2. Restaurant Management – การจัดการร้านอาหาร
3. Supply Chain Management – การจัดการเรื่องวัตถุดิบ
Customer Service นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านเลย เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะเห็นในการบริการโดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้ตัว อย่างเช่นการ Order นั้นจะมี PDA ที่พนักงานแต่ละคนถือไว้อยู่จะคอยรับคำสั่งไปยังครัวเพื่อจัดคิวว่าลูกค้าจัดอะไรบ้าง ซึ่งมันลด Process ได้มากกว่าการที่เราจดไว้ในกระดาษแล้วก็วิ่งไปวิ่งมา กว่าจะเสร็จมันก็เสียเวลาไปหลายนาที บางครั้งหากเกิดความผิดพลาดจดผิดจดถูกอาจจะทำให้เสียเวลาและความประทับใจต่างๆขึ้นมาอีก
ต่อมาเห็นว่าเขาจะเอาหุ่นยนต์มาต้นรับพร้อมเสริฟพนักงานด้วยแล้ว ถ้ามันทำแล้ว Effective ก็คงจะเป็นกรณีศึกษาที่ยิ่งใหญ่มากแล้วก็อาจจะกลายเป็นนิมิตใหม่ที่ทางบริษัทนี้จะเป็นผู้นำล่องในการสนับสนุน พัฒนา วิจัยให้กับสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก ต่อไปเด็กๆไทยที่เก่งด้านเทคโนโลยีก็มาทำงานกับเขา พัฒนากับเขาไม่ต้องไปทำงานเมืองนอกได้
เรื่องการนำ “การเต้น” มาใช้นี่ แรกๆผมมองว่าแปลก MK เป็นผู้เริ่มการเอาวิธีการเต้นเพื่อบันเทิงลูกค้ามาใช้ ซึ่งในแง่มุมการตลาดผมยอมรับว่าทำให้คนตื่นตาตื่นใจแล้วมันกลายเป็นวัฒนธรรมในองค์กรไป แต่ัมันไม่ใช่แค่นั้นนะซิเพราะมีหลายๆองค์กรอย่างห้าง Discount Store ก็นำ Model นี้ไปใช้ แต่มองในมุมของการบริหาร Human Development การทำกิจกรรมเข้าจังหว่ะพวกนี้จะทำให้พนักงานตื่นตัวได้พร้อมๆกับการสร้างสื่อการตลาดให้ลูกค้าไปพร้อมๆกัน ตรงนี้มีการต่อยอดไปร่วมมือกับบริษัทเกมส์ออนไลน์ที่เต้นๆอีกต่างหาก อย่างน้อยก็ในเชิงการทำตลาดร่วมกันล่ะครับ
Restaurant Management ตรงนี้สำคัญมากจริงๆ ร้านอาหารอย่าง MK นั้นสำคัญตรงไหนต่อลูกค้า ผมจะบอกได้เลยว่า โต๊ะ และ อุปกรณ์ ถ้าเกิดร้านสุกี้ทั่วๆไปก็คงจะมานั่งต้มปิ้ง สั่งอะไรมาเต็มโต๊ะไปหมดแล้วก็หาที่วางกันยากมากมาย ตรงนี้ปรัชญาของเขาตีมาเป็น Action ได้อย่างยอดเยี่ยม กล่าวคือ หม้อต้องต้มได้เร็วและของต้องวางให้ได้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ลองดูหม้อ MK จะเห็นได้ว่าเขาพัฒนากว่ารุ่นเดิมๆ ใช้เวลาต้มน้อยลง (แต่ผมไม่แน่ใจว่าน้ำซุปเขาต้มมาก่อนแล้วด้วยไหม) ต้มแป็ปๆก็กินได้แล้ว ตรงนี้มันทำให้ของลงหม้อเร็วทำให้งานใช้เวลาในการนั่งของลูกค้าน้อยลง และของมัน Flow เร็วขึ้นได้ บางคนอาจจะบอกว่าลูกค้าก็นั่งลงเท่าเดิม แต่ลึกๆแล้วอะไรที่ได้เร็วมาเร็วนั้นมันก็ยังได้ในเชิงความประทับใจเบื้องต้นล่ะครับ
เรื่องของโต๊ะที่ต้องวางให้ได้พื้นที่มากขึ้น หลายปีที่ผ่านมาเวลาไปทาน MK นั้นผมจะเห็นเขาใส่จานๆมา ถ้าจานกลมๆมันจะกินที่กันต่อมาเขาก็เปลี่ยนเป็นแบบเปลี่ยมๆตั้งๆกันไว้ จนมาถึงตอนนี้พวกที่ยังต้องใช้จานกลมๆเขาก็ออกแบบเป็นลักษณะ Condo ซะเลย ตั้งขึ้นไปในมุมสูงแถมยังมี Space สำรองให้เป็นเก้าอี้เล็กๆ ตรงนี้ผมมองว่ามันสำคัญมากๆเพราะการที่อาหารมันส่งไปวางไม่ได้มันจะทำให้เกิด Process ที่เป็นคอขวดและจะเสียเวลาทั้งพนักงานและลูกค้า การมีระบบต้มเร็ววางเยอะมันก็ทำให้ Flow ในการทานดีขึ้นเป็นลำดับ ตรงนี้มันก็เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ
การเช็ดโต๊ะนี่ก็เช่นกัน เช็ดยังไงให้สะอาด นี่เขาก็มีวิธีการและเครื่องมือเหมือนกัน ตรงนี้เป็น Knowledge ที่เขาก็ใช้สอนพนักงานเช่นเดียวกันว่าจะต้องเช็ดอย่างไรให้สะอาด ถ้าไปเป็นข้าวในร้านค้าตัวไปเขาก็เอาน้ำชุบ ถู เป็นวงๆ แต่ลองสังเกตที่ MK นะครับ เขาจะมีวิธีการทำของเขาให้ได้ประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรเขาด้วย
Supply Chain Management เรื่องนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้สังเกตเพราะมันอยู่ในครัวเป็นส่วนใหญ่ หลักการของเรื่องนี้เป็นหัวใจหนึ่งเช่นกัน MK ใช้หลักการเดียวกับร้านสุกี้อย่าง Shabushi ที่ใช้ครัวกลางในการกระจายสินค้าไปยังสาขา ระบบ Logistic ของร้านอาหารนั้นถ้าไม่ดีจะทำให้ขาดทุนได้ง่ายๆเพราะของบางอย่างมันอยู่ได้ไม่กี่วัน การจัดระบบ FIFO และการออกแบบให้สินค้ามันไหลไปได้นั้นควบคุุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งร้านแล้วก็ไป Link กับพวก PDA เพื่อเอามาให้เรากินล่ะครับ
แต่ถ้าเรื่องที่จะสังเกตง่ายๆบนโต๊ะเรา ลองดูที่น้ำมะนาวซิ เมื่อก่อนจะเป็นมะนาวแบ่งครึ่งลูกให้บีบเอง ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเขาทำเป็นขวดๆ ระบบการคิดเพื่อทำ Supply ตรงนี้เขาคงคำนวณมาแล้วครับว่าหากเราหั่นครึ่งให้ลูกค้า บางคนใช้มะนาวบางคนไม่ใช้ บางคนบีบนิด บางคนบีบมาก บางคนขอเพิ่ม มันจะมีทั้งส่วนเกินและส่วนขาดและ้ต้นทุนในเรื่องนี้มันจะประเมิณได้ยาก เขาก็เลยเอามารวมกันใส่ขวดซะเลย ใครใส่มากก็หยดใส่ไปใครไ่ม่กินก็ไม่ต้องใช้ เล็กๆน้อยๆแบบนี้ก็ทำให้เขาประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาลแล้วครับ
จริงๆเรื่องราวของ MK Innovation ยังมีอีกมากมาย อาจจะต้องศึกษากันต่อไปว่าเขาจะมีอะไรออกมาอีกครับ


