จาก Blog ของผมในเรื่องของการสร้าง Model ในการ Link ระหว่างองค์ความรู้ Knowledge Management เพื่อการไปสร้าง Innovation ที่ผ่านมานั้น เมื่อมามองๆดูแล้วมันอาจจะสามารถค้าหาอะไรบางอย่างใน Model ได้ นั่นคือการ Identify องค์ความรู้เพื่อเลือกว่าจะแชร์ข้อมูลหรือพัฒนาให้องค์ความรู้นั้นก้าวหน้าไปได้ แต่ถ้ามามองๆดูแล้วการทำ Model ที่เป็น Option นั้นอาจจะดูยังไม่เป็น Total Solution ซักเท่าไหร่เพราะการวน Loop ของความรู้นั้นจะถูกจำกัดในเชิงของทางเลือก ซึ่งถ้าบางเรื่องไม่มีใคร Identify ทางใดทางหนึ่งก็คงไม่เกิดผลดีต่อองค์กรแน่ๆ
ดังนั้นผมเลยมองว่าจริงๆแล้วการพัฒนานั้นมันอาจจะต้องเปลี่ยนให้มัน Integrate กันทั้งในเรื่องของการทำ KM และ Innovation ให้มันต่อยอดไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก็ไม่ได้ใช้การ Identity เป็นตัวยืนต้นแล้วล่ะครับเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะไม่มีการทำเลยก็ได้หายไม่มีใครเริ่มที่จะคิด ก็เลยมองว่ามันควรจะเอามาทำในกิจกรรมเชิง Exchange มากกว่า แต่ผมว่านะครับ Model พวกนี้ต้องไปดูในแต่ละวิธีการด้วย ผมมองว่าผมอาจจะตั้งตนในลักษณะนี้แต่คนอื่นๆอาจจะมีการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการให้มันดีขึ้นก็ได้ รูปภาพออกมาที่เป็นกระบวนการเลยเป็นรูปร่างแบบนี้
จริงๆแล้ว Model นี้ไม่ได้ต่างอะไรกับ Innovation Link KM Model หรอกครับ ใช้หลักการเดียวกัน ส่วนบนจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดในองค์กรแล้ว ในช่วงของการ Exchange เนี่ยก็ให้มีการ Apply Tools หรือ Activities ให้เกิดการแลกเปลี่ยนในเชิงสร้างสรร (เช่นพวก Six thinking Hat / Mind Map) เพื่อให้สามารถดูได้ว่าเมื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันแล้วอะไรที่จะเป็น Key New Idea มาใหม่ในการพัฒนาบ้าง
เมื่อมีการสร้าง New Idea ขึ้นมาก็จะมาวน Loop ข้างล่างเพื่อที่จะวิเคราะห์ พัฒนาและใช้งานมันเพื่อต่อยอดเข้าไปในเป็นสร้างองค์ความรู้และเก็บข้อมูลเพื่อใช้และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันก็ยัง Practical ดีจากประสบการณ์ทำงานของตัวเองนะครับ แต่ก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะ Adjust ให้มันดีขึ้นกว่านี้ก็ได้นะ ติดตามกันต่อไป
ช่วงนี้ KM หรือ Knowledge Management นี่ก็เป็นเรื่องที่หลายๆองค์กรให้ความสำคัญกันเยอะอยู่นะครับ ตอนนี้ก็พยายามพัฒนาในเรื่องของการจัดการองค์ความรู้อยู่ให้มันสามารถเดินได้ด้วยตัวมันเอง แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยเพราะความรู้มันมีกระจัดกระจายทั่วองค์กร ทั้งในส่วนของเอกสารและตัวคน การจะกลั่นกลองความรู้ทั้งหลายเลยต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันค่อยข้างมาก
มีคนถามผมว่าทำ KM ไปเพื่ออะไร ?? ให้คนมาสร้างองค์ความรู้หรอ ?? ผมก็มักจะตอบว่าจริงๆแล้วผมมองว่าตัวนี้จะพาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม ในเชิงหลักการของ KM แล้วมันจะเพิ่ม Effectiveness และ Efficiency ให้กับการทำงานของคนในองค์กร ถ้าใครมี Skill ดีๆก็สามารถแบ่งปันเทคนิคต่างๆของตัวเองได้ ในบางครั้งก็สามารถพัฒนาเป็นสูตรกลางหรือในหลายๆครั้งก็อาจจะเจาะลึกลง Detail ในแต่ละชิ้นงานเลยก็ได้
Model ที่ใช้ทำ KM ในปัจจุบันนี้ก็จะเป็นในลักษณะของการพัฒนาจาก Gap Analysis เพื่อ Identify ว่าสิ่งใดที่เป็นปัญหาต้องการพัฒนาหรืออยากจะศึกษา ก็ไปหาความรู้นั่นแหละ ในองค์กรคงจะมีใครมีแล้วทำการเก็บข้อมูลมา ตรงนี้ก็อยู่ที่ธรรมชาติขององค์กรด้วย บางทีก็อาจจะสามารถรวมตัวกันประชุมง่ายก็เปิดเป็น Community of Practice (CoP) แต่บางทีก็อาจจะใช้ Online CoP ก็ได้หากไม่สะดวกที่จะ Move หรือองค์กรนั้นๆเป็นลักษณะ Multi-Office ที่คนต้องสือสารกัน ตรงนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะใช้วิธีไหน บางคน Copy Model จากองค์กรที่เป็น Best Practice แต่ดันใช้ไม่ได้กับองค์กรตัวเองเยอะมาก จริงๆรายละเอียดตรงนั้นลึกซึ้งและต้องพัฒนาไปตามวัฒนธรรมต่างๆขององค์กรด้วยเช่นกัน
แต่บังเอิญผมมองว่านั่นอาจจะยังไม่ใช่ทั้งหมด สุดท้ายแล้วการที่เราไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ อาจจะทำโดยกระบวนการ KM อย่างเดียวก็อาจจะช้าหน่อย ผมเลยมองว่ามันน่าจะมีกระบวนการให้เรา Out of the Box ไปเลย เพราะอยู่ๆถ้าเรามองว่ามันต้องทำลักษณะหนึ่งๆ เราก็จะพัฒนาจาก Working Procedure ต่อไปแล้วก็แก้กันไปโดยที่ไม่ได้มีมุมมองใหม่ที่อาจจะง่ายและดีกว่า โดยลบภาพ Process เดิมออกไปเลยทั้งหมด ผมเลยมองว่ามันน่าจะต้องเอา กระบวนการการสร้าง Innovation มา Link
กลยุทธ์ที่เป็น Total Solution แบบนี้ ผมมองว่ามันกินรวบกันเป็นระบบเลยล่ะครับ ไม่ต่างกับการที่หลายๆธนาคารได้พยายามจะเสนอเรื่องการทำธุรกรรมในลักษณะเป็น Universal Bank หรือการที่กลุ่มพลังงานอย่าง PTT ได้วางโครงสร้างผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ Upstream จนถึง Downstream ก็ต้องดูกันต่อไปว่าเขาจะมีอะไรมาเล่นกันอีก